มือถือยี่ห้อไหนดี

มือถือยี่ห้อไหนดี

สินค้าและบริการ เทคโนโลยี

มือถือยี่ห้อไหนดี

ถ้าจะพูดถึงอุปกรณ์ติดตัวที่สำคัญที่สุด คงหนีไม่พ้น สมาร์ทโฟน หรือมือถือ ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกซื้อหลายรุ่นหลายยี่ห้อ หลายราคา ในบทความนี้จะบอกที่มาของมือถือแต่ละยี่ห้อกันค่ะ

 

Apple iphone

Image result for iphone 8

มือถือยี่ห้อไหนดีไอโฟนเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีความสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตและมัลติมีเดีย ผลิตและจำหน่ายโดยบริษัทแอปเปิล โดยการทำงานของไอโฟนสามารถใช้งานส่งอีเมล ใช้เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ ส่งเอสเอ็มเอส ท่องอินเทอร์เน็ตผ่านทางซอฟต์แวร์ซาฟารี ค้นหาแผนที่ ฟังเพลง และความสามารถอื่น โดยมีอุปกรณ์หลักประกอบด้วย Wi-Fi บลูทูธ  และกล้องถ่ายภาพmegapixel ไอโฟนรุ่นแรกมีลักษณะ 2.5G quad band GSM และ EDGE และรุ่นที่สองใช้ UMTS และ HSDPA

แอปเปิลได้เปิดเผยไอโฟนรุ่นแรกโดย สตีฟ จอบส์ ในงานแม็คเวิลด์ วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2550 และวางจำหน่ายครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ไอโฟนได้ชื่อว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมประจำปีจากนิตยสารไทม์ ประจำปี 2550[2] โดยมีรุ่นถัดมาคือ ไอโฟน 3G ไอโฟน 3GS ไอโฟน 4 ไอโฟน 4S ไอโฟน 5 ไอโฟน 5C ไอโฟน 5S ไอโฟน 6 ไอโฟน 6พลัส ไอโฟน 6S ไอโฟน 6Sพลัส และ ไอโฟนSE โดยApple.Inc ได้เปิดตัวไอโฟนSE ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559 ที่กลับไปใช้ขนาดหน้าจอเดียวกับไอโฟน 5S เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งไม่ชอบขนาดหน้าจอของไอโฟน 6, 6S, 6พลัสและ 6Sพลัส ซึ่งมีขนาดใหญ่เกินไป โดยไอโฟน SE มีสเปคเครื่องที่ดีกว่า iPhone 5S เช่น ในเรื่องของความเร็ว ที่เร็วกว่าสองถึงสามเท่า รวมทั้งปรับส่วนต่าง ๆ ให้เกือบเทียบเท่าไอโฟน 6S ต่อมาได้พัฒนาไอโฟนรุ่นต่อไปคือไอโฟน7 และไอโฟน7 พลัส ไอโฟนรุ่นล่าสุดคือ ไอโฟน8 ไอโฟน8 พลัส ไอโฟนเอ็กซ์

การทำงานของโทรศัพท์ไอโฟนนี้จะแตกต่างจากโทรศัพท์มือถืออื่น โดยไอโฟนจะไม่มีปุ่มสำหรับกดหมายเลขโทรศัพท์ โดยการทำงานทั้งหมดจะทำงานผ่านหน้าจอโดยการสัมผัสมัลติทัชผ่านคำสั่งต่าง ๆ โดยมีระบบปฏิบัติการหลัก iOS และมีระบบเซ็นเซอร์ในการรับรู้สภาพของเครื่องเพื่อกำหนดการแสดงผลของจอภาพ เช่นหากวางเครื่องในแนวตั้งระบบก็จะปรับให้แสดงผลในแนวตั้ง หากวางในแนวนอนระบบก็จะแสดงผลในแนวนอน

ในส่วนของกล้อง นับว่ามีการให้ความสำคัญมาตลอดโดยมีการเพิ่มความละเอียดในการถ่ายภาพทุกครั้งที่ออกรุ่นใหม่ ทั้งยังมีลูกเล่นเพิ่มเติม เช่น การถ่ายภาพแบบพาโนรามา แบบ Slo-Mo แบบ Time-Lapse ซึ่งอาศัยการทำงานที่สอดคล้องกันของทั้ง Hardware และ Software

 

 

 

 

Sumsung galaxy

Image result for samsung galaxy

                  ซัมซุงนับว่าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ผลิตโทรศัพท์มือถือทั้งรุ่นปกติและแบบสมาร์ทโฟน ออกมาจำหน่ายหลากหลายรุ่น โดยมีส่วนแบ่งการตลาดระดับโลกอยู่ในอันดับต้น ๆ และมีรุ่น Flagship ที่เปิดตัวทุกปี ภายใต้ชื่อ Galaxy Note และ Galaxy S โดยในรุ่น Note จะมีปากกาที่เรียกว่า S Pen เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียน วาด บนหน้าจอ ในขณะที่รุ่น S จะเน้นการผลิตโดยใช้สเปคเครื่องที่สูงกว่ารุ่นอื่น ๆ ทั้งหมดที่ผลิตออกมา ทั้งรุ่น Note และ S นับเป็นคู่แข่งสำคัญของ iPhone ที่ผลิตโดย Apple Inc. ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนทั่วโลกคงไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากประเทศเกาหลีใต้อย่าง Samsung อย่างแน่นอน แต่จะมีซักกี่คนที่ทราบถึงประวัติความเป็นมาของ Samsung ว่ากว่าจะกลายมาเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกนั้นมีที่มาอย่างไร จึงขอย้อนกลับไปเพื่อบอกเล่าถึงประวัติของ Samsung ให้ได้ทราบกันอีกด้วย

  • ในวันที่ 1 มีนาคม 1938 บริษัท Samsung ได้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยประธานผู้ก่อตั้งนามว่า เบือง ชุล ลี ได้เริ่มธุรกิจที่เมืองแตกู ประเทศเกาหลีใต้ ด้วยเงินเพียง 30,000 วอน และในช่วงแรกของการทำธุรกิจนั้นเน้นที่การส่งออกสินค้า เช่น ปลาแห้งเกาหลี ผัก และผลไม้ เพื่อส่งออกไปที่แมนจูเรียและปักกิ่ง
  • ปี 1947 ได้เกิดสงครามเกาหลีขึ้นทำให้สภาพเศรษฐกิจมีการชะลอตัว แต่หลังจากสงครามเกาหลีจบลงทางบริษัท Samsung ได้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งทอ รวมถึงการสร้างโรงงานสิ่งทอที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้อีกด้วย
  • ปี 1960 บริษัท Samsung ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เต็มตัว โดยบริษัทแบ่งแผนกไว้ทั้งหมด 4 แผนก ดังนี้ แผนกอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์, แผนกกลศาสตร์ไฟฟ้า, แผนกซัมซุงคอร์นนิ่ง และแผนกซัมซุงเซมิคอนดักเตอร์และโทรคมนาคม และหลังจากนั้นทางบริษัท Samsung จึงได้เริ่มต้นการผลิตโทรทัศน์ขาวดำตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
  • ปี 1980 บริษัท Samsung ได้ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมฮาร์ดแวร์สำหรับการสื่อสารโทรคมนาคม ด้วยการเข้าซื้อกิจการของบริษัท Hanguk Jenja Tongsin หลังจากนั้นทางบริษัท Samsung ก็ได้เริ่มต้นการผลิตโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งบริษัทได้ลงทุนด้วยจำนวนเงินมหาศาลไปกับการวิจัยเพื่อนำมาพัฒนาโทรศัพท์มือถือของตัวเองตลอดปี 1980 และในช่วงเวลาเดียวกันนี้เองทางบริษัท Samsung จึงได้ขยายบริษัทไปยังต่างประเทศ เช่น ประเทศโปรตุเกส, นครนิวยอร์ก, มหานครโตเกียว, ประเทศอังกฤษ และรัฐเท็กซัส
  • ปี 1987 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุการณ์การจากไปของประธานผู้ก่อตั้งนามว่า เบือง ชุล ลี ทำให้ทางบริษัท Samsung ได้แยกกลุ่มธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ ดังนี้ เช่น Samsung Group ดูแลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, Shinsegae Group ดูแลเกี่ยวกับธุรกิจอาหาร, สารเคมี, การขนส่ง, ธุรกิจด้านความบันเทิง, กระดาษ และโทรคมนาคม รวมถึงอีกสองกลุ่มธุรกิจที่เหลือคือ CJ Group และ Hansol Group อีกด้วย
  • ปี 1993 ทางบริษัท Samsung ยังคงให้ความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมสำคัญของบริษัทตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้สูงขึ้น ดังนี้ ด้านอิเล็กทรอนิกส์, ด้านวิศวกรรม และด้านสารเคมี
  • ปี 2005 ทางบริษัท Samsung ยังคงมุ่งเน้นพัฒนาศักยภาพทางเทคโนโลยีของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดย Samsung ได้ลงทุนไปมหาศาลกับการพัฒนาเทคโนโลยีหน้าจอ LCD ของตัวเอง และส่งผลให้ทาง Samsung กลายเป็นผู้ผลิตพาเนลหน้าจอ LCD รายใหญ่ของโลกไปในทันทีในปีเดียวกันนี้
  • ปี 2006 ทาง Samsung ได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นอย่าง Sony เพื่อเป็นการร่วมทุนธุรกิจผลิตจอแอลซีดีในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งทั้งสองบริษัทนั้นได้ถือครองหุ้นเท่ากันที่ 50 เปอร์เซ็นต์
  • ปี 2011 ทาง Samsung ได้ดำเนินการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดจากการร่วมทุนธุรกิจผลิตจอแอลซีดีที่ทาง Sony ถือครองหุ้นอยู่ที่ 50 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดกันว่าที่ทาง Samsung เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดนั้น เนื่องมาจากทาง Sony มีปัญหาการขาดทุนเป็นจำนวนเงินมหาศาลของธุรกิจโทรทัศน์นั่นเอง ทำให้ทาง Samsung เป็นเจ้าของบริษัทผลิตจอแอลซีดีเต็มตัวอีกด้วย
  • ปี 2012 ทาง Samsung ได้แสดงศักยภาพได้อย่างเด่นชัดด้วยการเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลก โดยการสร้างโรงงานผลิตที่มีมูลค่าสูงถึง 4 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และโรงงานผลิตนั้นตั้งอยู่ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ปัจจุบันทาง Samsung ถือเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลกอย่างไม่มีข้อกังขา และยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้งอีกด้วยนั่นเอง

 

มือถือยี่ห้อไหนดี

 

oppo

มือถือยี่ห้อไหนดี

                    แบรนด์ OPPO ได้ถูกจดทะเบียนทั่วโลกเมื่อปี 2001 ( พ.ศ. 2544 ) โดยมีนายโทนี่ เฉิน มิงยง นั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และก่อตั้ง OPPO ในประเทศจีนเมื่อปี 2004โดยแรกๆ OPPO ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในตลาดเพลงพวกเครื่องเล่นเพลง MP3 และเครื่องเล่น MP4 เมื่อปี 2005-2007 จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่ตลาดสมาร์ทโฟน OPPO รุ่นแรกในชื่อ A103 และ A100 กับฟีเจอร์ Smiley Face เมื่อปี 2008

จากนั้น OPPO ก็ได้เริ่มลุยตลาดมือถือทั่วโลกโดยเริ่มจากที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกสุดในการเปิดตัวแบรนด์ OPPO นอกประเทศจีน เมื่อปี 2009 และคนไทยอาจคุ้นเคยกับพวกพรีเซ็นเตอร์หนุ่มชาวเกาหลีโฆษณามือถือ OPPO แล้วเริ่มผลิตสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงปี 2016 OPPO เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น F1 และ F1 Plus พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมชาร์จเร็วขั้นสูง Super VOOC Flash Charge อีกด้วย

OPPO คือแบรนด์สมาร์ทโฟนผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพ ที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่นทั่วโลกมานานกว่าหนึ่งทศวรรษ ออปโป้มุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อการถ่ายภาพอย่างไม่หยุดยั้ง อีกทั้งยังเป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์แรกของโลก ที่เปิดตัวด้วยกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล และ 16 ล้านพิกเซล รวมถึงนวัตกรรมกล้องหมุนได้อัตโนมัติเครื่องแรกของโลก นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นการถ่ายภาพแบบ Ultra HD และเทคโนโลยีกล้องคู่ที่สามารถซูมได้ถึง 5 เท่า

ในปีพ.ศ. 2559 ออปโป้ ได้เริ่มวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนตระกูล F เจ้าของฉายา Selfie Expert ซึ่งได้สร้างปรากฏการณ์เซลฟี่ฟีเวอร์เขย่าตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก และในปีเดียวกันนี้ ออปโป้ก็สามารถก้าวขึ้นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนอันดับที่ 4 ของโลก (จากผลการสำรวจของ IDC)

 

 

มือถือยี่ห้อไหนดี

Nokia

มือถือยี่ห้อไหนดี

โนเกีย เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเอสโป ประเทศฟินแลนด์ ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก[3]โดยมีมีประวัติย้อนกลับไปกว่า 140 ปีเริ่มจากการเป็นบริษัทผลิตกระดาษ พัฒนาเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค และอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โนเกียมีส่วนสำคัญมากต่อเศรษฐกิจของฟินแลนด์

ก้าวมาสู่ยุคแห่งการสื่อสารไร้สายในการนำของรองประธานกรรมการอาวุโสและกรรมการบริหารการเงิน Jorma Ollila ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานตั้งแต่ปี 1992 – 1999 และ CEO ของโนเกียในปี 1999 จนตราบถึงทุกวันนี้ด้วยแนวคิดของ Ollila ภายใต้การดูแลของ Kairamo นั้น โนเกียกับโทรศัพท์เคลื่อนที่จึงได้ถือกำเนิดขึ้น

โดยในยุคแรกนั้นจะเป็น NMT Mobile Phone Standard (Nordic Mobile Telephony) หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่อนาล็อกรุ่นแรกนั่นเอง และได้รับความนิยมอย่างสูงเมื่อเผยโทรศัพท์ NMT รุ่นแรกในปี 1987 โดยมีสโลแกน “Connecting People” กับแนวคิดที่ต้องการเปิดอิสระและความต่อเนื่องในการติดต่อสื่อสาร จนกระทั่งกลายมาเป็นคำที่อยู่ในใจของผู้รักโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบันกันถ้วนหน้า

ไม่นานระบบเครือข่ายที่ดีขึ้นก็เป็นที่ต้องการในสังคม โนเกียจึงพัฒนาเครือข่าย GSM ขึ้นเป็นครั้งแรกให้กับ Radiolinja บริษัทของฟินแลนด์ เมื่อปี 1989 ณ จุดนี้เองที่ Nokia 1011 บรรพบุรุษของบรรดาโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุคปัจจุบันได้ออกมาสู่สายตาของทุกคนเป็นครั้งแรกในปี 1992 จากนั้นโนเกียก็ได้ยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นธุรกิจหลักเป็นต้นมา

โนเกียไม่ได้ผลิตเพียงแค่โทรศัพท์เคลื่อนที่เท่านั้น แต่ยังพัฒนาอุปกรณ์เสริมและเทคโนโลยีต่างๆไปพร้อมๆกันในตัว แนวคิดแรกที่ถือว่าโนเกียเป็ยผู้บุกเบิกเลยก็คือ ความสามารถในการเปลี่ยนหน้ากากซึ่งได้กลายเป็นลูกเล่นหลักของโทรศัพท์เคลื่อนที่จากโนเกียในเวลาต่อมา นอกจากนี้เทคโนโลยีการสนทนาอย่าง Push-to-Talk (PTT) กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็มาจากโนเกียอีกเช่นกัน

วันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2006 บริษัท Siemens AG ได้เข้ารวมกับโนเกียในการพัฒนาธุรกิจเครือข่าย มุ่งหวังจะกลายเป็นบริษัทเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุด โดยมีส่วนแบ่งเท่าเทียมกันที่ร้อยละ 50 และอยู่ในนามของ Nokia Siemens Networks แต่ภายหลังทางโนเกียได้เข้าซื้อหุ้นส่วนที่บริษัท Siemens AG ได้ถืออยู่คืนทั้งหมดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2013 ด้วยมูลค่า 1,700 ล้านยูโร (ราวๆ 58,000 บาท) [5]และได้เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น Nokia Solutions and Networks (NSN) [6]

วันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 2013 โนเกียได้ขายกิจการด้านโทรศัพท์ให้ไมโครซอฟท์ทั้งหมด ในราค 7.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อมาในวันที่ 25 เมษายน 2557 ไมโครซอฟท์ได้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ โมบาย ซึ่งจะเป็นในฐานะบริษัทลูก[7]

วันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 โนเกียได้หมดสัญญาผูกพันกับทางไมโครซอฟท์ ที่ห้ามดำเนินการจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนในชื่อโนเกีย และได้จัดการมอบสิทธิ์ในการใช้แบรนด์และเทคโนโลยีที่รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ ให้กับทาง HMD global เป็นตัวแทนในการผลิตและจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนและแท๊บเลตระบบปฏิบัติการ Android

  • ปี ค.ศ. 2000 Nokia ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดโทรศัพท์มือถือด้วยการเปิดตัว Nokia 3310 ซึ่งถือเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดรุ่นหนึ่งด้วยยอดขาย 126 ล้านเครื่องทั่วโลกอีกด้วย
  • ปี ค.ศ. 2001 Nokia ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมกล้องถ่ายรูป ในชื่อรุ่น Nokia 7650 ที่มีระบบปฏิบัติการ Symbian OS อีกด้วย และรุ่นดังกล่าวได้ถูกนำไปโปรโมทบนภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่างเรื่อง Minority Report
  • ปี ค.ศ. 2007 ทาง Nokia ได้เรียกคืนโทรศัพท์กว่า 46 ล้านเครื่องเนื่องจากพบว่าแบตเตอรี่อาจจะมีข้อผิดพลาด ซึ่งจังหวะนั้นคู่แข่งอย่าง Apple ได้ออกมาเปิดตัว iPhone พอดิบพอดี
  • ปี ค.ศ. 2008 ยอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือของ Nokia ทำได้ลดลง เนื่องจากในปีดังกล่าวในช่วงไตรมาสที่ 3 ทาง Nokia ทำได้เพียง 30% ซึ่งคิดเป็น 3.1% ของไตรมาสนี้ แต่ในขณะเดียวกันยอดจำหน่าย Apple iPhone มีการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 327.5% อีกด้วย
  • ปี ค.ศ. 2009 Nokia ได้ประกาศปลดพนักงานจำนวน 1,700 อัตราทั่วโลกเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของบริษัท เนื่องมาจากยอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่ลดลงอย่างรวดเร็วนั่นเอง และเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบกว่าทศวรรษอีกด้วย
  • ปี ค.ศ. 2010 ได้มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอย่าง iPhone และ Android ทำให้อนาคตของบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือยักษ์ใหญ่อย่าง Nokia เริ่มสั่นคลอน โดยทาง Nokia ได้แต่งตั้งอดีต CEO ของทาง Microsoft นามว่า Stephen Elop เพื่อเข้ามาดำรงตำแหน่ง CEO คนใหม่ของบริษัท Nokia อีกด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ดีทาง Nokia ยังคงมีแผนปลดพนักงานจำนวน 1,800 อัตรา แม้ว่าผลกำไรจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
  • ปี ค.ศ. 2011 Stephen Elop ได้กล่าวเตือนพนักงานด้วยประโยคที่ว่า “พวกเรากำลังยืนอยู่ท่ามกลางสงครามของแพลตฟอร์ม” และหลังจากนั้นทาง Nokia ได้ประกาศร่วมมือกับทาง Microsoft เพื่อเข้าชิงชัยสงครามแพลตฟอร์มกับทาง Apple และ Google Android อีกด้วย ต่อมาทาง Nokia ยังคงมีแผนปลดพนักงานอีกราว 4,000 อัตรา จากพนักงานทั่วโลกที่มีทั้งหมด 65,000 คน เนื่องจากตลาดของสมาร์ทโฟนถูกครอบงำโดย Samsung และ Apple ทำให้ยอดจำหน่ายของ Nokia ลดลงเป็นอย่างมาก
  • ปี ค.ศ. 2012 ทาง Nokia ได้ปลดพนักงานอีกราว 4,000 อัตรา และย้ายโรงงานผลิตสมาร์ทโฟนไปยังฝั่งเอเชีย และในปีเดียวกันนี้ทาง Nokia ยังประกาศปิดโรงงานผลิตในประเทศฟินแลนด์อีกด้วย
  • ปี ค.ศ. 2013 Nokia ได้กลับมามีผลกำไรเพิ่มขึ้นหลังจากหยุดชะงักมานานถึง 18 เดือน และต่อมาถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง ซึ่งทาง Microsoft ประกาศเข้าซื้อส่วนธุรกิจโทรศัพท์มือถือของ Nokia ด้วยมูลค่าสูงถึง 7.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  • และปัจจุบันดูเหมือนจะเป็นปีของ Nokia ด้วยเช่นกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงในตระกูล Lumia ไปแล้วมากมายหลายรุ่น และยังมีฟีเจอร์โฟนตระกูล Asha รวมถึงล่าสุดทาง Nokia ยังได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีย์ใหม่ที่รันบนระบบปฏิบัติการ Nokia X Software Platform และในอนาคตทาง Nokia จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกบ้างหรือจะมีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่มาเขย่าวงการอีกหรือไม่ต้องรอดูกันต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

 

มือถือยี่ห้อไหนดี

Huawei

มือถือยี่ห้อไหนดี

หัวเว่ยเทคโนโลยี (Huawei Technologies) เป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติจีน
มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง  ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและโทรคมนาคม
รายใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์และติดตั้งงานโครงสร้างพื้นฐานของระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่
รายใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ในปี ค.ศ. 2012 ครับ

หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1987 โดยเหริน เจิ้งเฟย  ปัจจุบัน บริษัทมีธุรกิจหลักแบ่งออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ ๆ
ได้แก่กลุ่มเครือข่ายโทรคมนาคม กลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับภาคธุรกิจและองค์กร และกลุ่มอุปกรณ์สื่อสาร
สำหรับผู้บริโภค  โดยมีพนักงานรวมทั้งหมดกว่า 110,000 คนทั่วโลก  นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนา
เทคโนโลยีอีกกว่า 20 แห่งทั่วโลก

ในปี 2010 หัวเว่ยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 500 บริษัทใหญ่ของนิตยสารฟอร์จูน
ด้วยยอดขาย 21.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสุทธิ 2.67 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

 

[yasr_visitor_votes]